หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ภูมิใจเสนอ ลิเกร่วมสมัยเรื่องยักษ์ตัวแดง “AKAONI” (Red Demon) in Thai Likay style กำกับการแสดงโดย ประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินศิลปาธร ปี2547 ด้วยความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) เครือข่ายละครกรุงเทพ Tokyo Metropolitan Art Space ร่วมกับหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ซึ่งการแสดงนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลละครกรุงเทพ 2552 คุณประดิษฐได้รับเชิญจาก ฮิเดกิ โนดะ (Hideki Noda) ผู้กำกับการแสดงและนักเขียนบทชาวญี่ปุ่น ผู้เลื่องชื่อทางด้านการละครไปทั่วโลก ให้นำบทละครเรื่องนี้มาดัดแปลงในทางลิเกมะขามป้อม และนำไปแสดงที่ประเทศญี่ปุ่น ในโครงการ“Mekong Festival 2009” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ปีแห่งการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในลุ่มน้ำแม่โขงและประเทศญี่ปุ่น“Mekong-Japan Exchange Year 2009”

การแสดงจัดขึ้นระหว่าง วันอาทิตย์ที่ 1 ถึง วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2552 วันธรรมดา รอบ 19.30 น. เสาร์-อาทิตย์ รอบ 14.00 น. ณ หอศิลป์จิมทอมป์สัน เลขที่ 6 ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1 ปทุมวัน (สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 1)

จองบัตรได้ที่ เบอร์โทร 087-221-3111
บัตรราคา 500 และ 300 บาท
นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ 200 บาท (กรุณาแสดงบัตร)
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด 80 ที่นั่ง ต่อรอบเท่านั้น

จุดเด่นของลิเกเรื่องนี้
ยักษ์ตัวแดง เป็นลิเกร่วมสมัย ที่ถือว่าเป็นอีกก้าวของศิลปะการแสดงแบบไทยๆที่ทางผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อระดับโลก ฮิเดกิ โนดะ (Hideki Noda) ได้สนใจเชิญให้ทางประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินศิลปาธรสาขาการแสดงคนแรกในปี 2547 (รางวัลให้กับศิลปินร่วมสมัยจากกระทรวงวัฒนธรรม)

ในด้านเพลงที่ใช้ร้องในลิเกเรื่องนี้ ล้วนเป็นเพลงไทยดั้งเดิมที่หาฟังยาก แต่ได้นำมาเรียบเรียงให้น่าฟัง ภาษากลอนลิเกที่สวยงาม ก็ขับให้ลิเกเรื่องนี้ มีความพร้อมสมบูรณ์และไม่ควรพลาด

เรื่องย่อ ลิเก ยักษ์ตัวแดง
จาก Akaoni (Red Demon) ถึง ยักษ์ตัวแดง ในรูปแบบการแสดงลิเกของไทย
รูปแบบการแสดงนั้นได้มีการปรับรูปแบบการนำเสนอจากละครร่วมสมัยสู่แบบลิเกดั้งเดิมของไทยโดยศิลปินศิลปาธร ประดิษฐ ประสาททอง

ณ หมู่บ้านบนเกาะแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศไทย ชาวบ้านช่วยชีวิตขิณีและขมูขีขึ้นมาจากทะเล ชาวบ้านเอาหูฉลามมาให้ขิณีกินเพื่อบำรุงร่างกายให้ฟื้นคืนแข็งแรง แต่แล้วขิณีก็เกิดคำถาม “นี่ไม่ใช่หูฉลาม” แต่ชาวบ้านก็ตอบย้ำว่ามันคือหูฉลาม แต่เธอว่ารสชาติมันไม่เหมือนกับที่เธอกินทุกวันเมื่อตอนที่ติดอยู่กลางทะเล พูดเสร็จ ...เธอก็ตระหนักได้ถึงความจริงอะไรบางอย่าง แล้วเธอก็วื่งไปกระโดดหน้าผาตาย

ขมูขีเล่าเรื่องราวย้อนกลับไปว่า ครั้งหนึ่งขิณี เขาและเพื่อนอีกคนที่ชื่อปักหลั่น ได้รู้จักกับยักษ์ตัวแดง และเป็นเพื่อนรักกัน แต่ชาวบ้านไม่มีใครยอมรับและต่างพากันหาทางกำจัดยักษ์ตัวแดงออกไปจากหมู่บ้าน ในที่สุดทั้งสี่คนก็โดนเนรเทศออกจากหมู่บ้านให้นั่งเรือออกไปจากเกาะนั้น ในที่สุดเวลาผ่านไป จนขิณีหมดแรงจนสลบเพราะไม่มีน้ำไม่มีอาหารกินและต่อมายักษ์ตัวแดงจากไป เหลือเพียงขมูขี ปักหลั่นและเขาจึงจำต้องหาทางอยู่รอด ด้วยการกินเนื้อเพื่อนของเขา “ยักษ์ตัวแดง”ที่ตายไปก่อนและโกหกขิณีว่าเนื้อที่เธอกินนั้นคือหูฉลาม...

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องราวนี้ก็คือมีตัวละครและการกระทำหลายอย่างที่จะได้นำเสนออย่างแยบยลในเชิงสัญลักษณ์ ชวนให้ขบคิดให้คติกระตุ้นเตือนใจผู้ชม ซึ่งก่อให้เกิดคุณค่าในความเป็นมนุษยชาติต่อไป

ประวัติโดยย่อของผู้กำกับการแสดง

นายประดิษฐ ประสาททอง
ผู้กำกับการแสดงของกลุ่มละครมะขามป้อม และเป็นเลขาธิการมูลนิธิสื่อชาวบ้าน ซึ่งทำงาน ด้านละครเพื่อการพัฒนาวัฒนธรรมชุมชน ทั้งชนบทและเมืองมีผลงาน สร้างเครือข่าย โดยใช้กระบวนการละครและผลงานละครเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร ของแต่ละชุมชน ในสังคมไทยให้เกิดความรู้ความเข้าใจระหว่างกัน ซึ่งรวมทั้ง ศิลปิน นักศึกษา ผู้ชมชั้นกลาง และอื่นๆ ประดิษฐ ยังเป็นแกนนำของเครือข่ายละครกรุงเทพฯซึ่งจัดเทศกาลละครกรุงเทพฯในย่าน บางลำพูเป็นประจำทุกปีในเดือนพฤศจิกายน

ในปี 2547 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศให้ ประดิษฐ ประสาททอง เป็นผู้รับรางวัล "ศิลปาธร" ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานละคร ร่วมสมัยเป็นคนแรกของรางวัล

   

ฮิเดกิ โนดะ (Hideki Noda) เจ้าของผลงานยักษ์ตัวแดง Akaoni (Red Demon) ฉบับเดิมเป็นนักการละครระดับแนวหน้าที่ได้รับการยอมรับในฝีไม้ลายมือของ เขาทั้งใน และต่างประเทศ ผลงานเรื่อง "ยักษ์ตัวแดง" (AKAONI) ที่แสดง ณ ประเทศอังกฤษ เกาหลี และไทย ได้รับการถ่ายทอดเป็นละครโดยนักแสดงของ ประเทศนั้น ๆ สำหรับประเทศไทย ละครเรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมากแม้ใน ประเทศญี่ปุ่น ละครเรื่องนี้ก็ยังได้รับโหวตจากหนังสือพิมพ์อาซาฮีให้เป็นละครที่ดี ที่สุดสองปีซ้อน คือปี 2541 และ2542 โนดะตั้งคณะละครของเขาเองเป็น ครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1976 ขณะที่ยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ให้ชื่อคณะว่า "ยูเมะ โนะ ยูมินฉะ" (Dreaming Bohemian) ละครของเขาเขย่าวงการเสีย จนกระทั่งเป็น ที่รู้จักไปทั่วประเทศในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 แต่แล้วในปี 1993 โนดะก็จำต้อง ยุบคณะเพื่อเดินทางไปศึกษาด้านการละครต่อที่ลอนดอน แล้วตั้งคณะละครชื่อ "Noda Map" ขึ้นมาใหม่ มีคนดูเต็มทุกรอบไม่ว่าจะไป แสดงที่ไหน โรงเล็ก หรือโรงใหญ่ ละครที่สร้างชื่อเสียงให้โนดะ ได้แก่ The Bee, Red Demon (ยักษ์ตัวแดง), Oil, Kill, Pandora's Bell และอื่น ๆ ถึงแม้ว่าโนดะจะคร่ำหวอด อยู่ในวงการละครร่วมสมัย เขาก็มิได้หยุดตัวเองอยู่ แค่นั้น หากก้าวเข้าไปโด่งดัง ในละครสาขาอื่น อันได้แก่ ละครโอเปรา และแม้ แต่การแสดงแบบประเพณีอย่างละครคาบูกิ จึงไม่แปลกที่เขาจะกวาดรางวัลเด่น ๆ ด้านการละครมาครองมากมาย และนับแต่ปีนี้เป็นต้นไป โนดะทำงานในตำแหน่งผู้กำกับฝ่ายศิลป์ให้กับ Tokyo Metropolitan Theatre ประเทศญี่ปุ่น

และการแสดง ลิเกร่วมสมัยเรื่อง ยักษ์ตัวแดง ในครั้งนี้ได้รับเชิญไปแสดงในเทศกาล Mekong Festival ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 18 – 25 พฤศจิกายน 2552 ด้วย

นอกจากลิเกร่วมสมัยเรื่องนี้ ก็ยังมีละครเรื่อง สาวชาวนา กำกับการแสดงโดย นิกร แซ่ตั้ง โดยใช้นักแสดงมืออาชีพจากเครือข่ายละครกรุงเทพมาร่วมกันแสดงฝีมือ ให้ประจักษ์แก่สายตาผู้ชมญี่ปุ่นและคนไทย โดยทั้งเรื่องยักษ์ตัวแดงและสาวชาวนานั้นเป็นบทประพันธ์ดั้งเดิมของ ฮิเดกิ โนดะ ทั้งสิ้น