แคนล่องคะนองลำ: – นิทรรศการเกี่ยวกับการแสดงหมอลำและวัฒนธรรมบันเทิงจากแดนอีสาน
วันที่ 18 ตุลาคม 2557 - 31 มีนาคม 2558
เวลา 9.00 - 20.00น. (เปิดทำการทุกวัน)
ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน
 
       
   

แคนล่องคะนองลำ : นิทรรศการเกี่ยวกับการแสดงหมอลำและวัฒนธรรมบันเทิงจากแดนอีสาน
คัดสรรโดย กฤติยา กาวีวงศ์, โสมสุดา เปี่ยมสัมฤทธิ์ และภัณฑารักษ์รับเชิญ อาทิตย์ มูลสาร และสราวุฒิ สีหาโคตร
ศิลปินรับเชิญ ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์, ปิยะรัศมิ์ ปิยะพงศ์วิวัฒน์, จอห์น คลูเล่ย์(ดีเจพ่อใหญ่) และดีเจมาฟไซ สุดแรงม้า

ออกแบบนิทรรศการโดย จิโร่ เอนโดะ

ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน
วันที่ 18 ตุลาคม 2557 – 31 มีนาคม 2558
เวลา 9.00 - 20.00น. (เปิดทำการทุกวัน)

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน มีความยินดีนำเสนอนิทรรศการเกี่ยวกับหมอลำ จากการสืบเนื่องเจตนารมณ์ของจิม ทอมป์สันฟาร์มที่มุ่งมั่นจะอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมอีสาน ด้วยการจัดประกวดหมอลำ จิมทอมป์สันฟาร์ม“สุดสะแนนแดนอีสาน ” ในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา เมื่อปีพ . ศ .2555 และต่อเนื่องด้วยโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์หมอลำ(โครงการระยะยาว)เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ทางมรดกวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างศิลปินและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหมอลำ อันจะเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรทางด้านศิลปวัฒนธรรมอีสาน และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆในการส่งเสริมอนุรักษ์และการต่อยอดสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานอย่างยั่งยืนอีกด้วย

กฤติยา กาวีวงศ์ พูดถึงความเชื่อมโยมระหว่างนิทรรศการหมอลำ กับ มูลนิธิ เจมส์ เอช ดับเบิล ยู ทอมป์สัน ว่า “ โดยส่วนตัว คุณจิม ทอมป์สัน หลงใหลวัฒนธรรมลาว ทั้งเสียงและสี วิลเลียม วอร์เร็น เขียนไว้ในหนังสือ "ปมปริศนาราชาไหมไทย : จิม ทอมป์สัน" ( Jim Thompson the unsolved mystery) ว่า หลายครั้งที่จิม ทอมป์สัน จัดงานรื่นเริง ต้อนรับบรรดาแขกกิตติมศักดิ์ เขามักจะเชิญหมอลำและหมอแคน มาแสดงที่บ้านจิมฯ ดังนั้น นิทรรศการครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเปิดมิติทางด้านรสนิยมเรื่องดนตรีของคุณจิม ทอมป์สัน แสดงให้เห็นถึงความผูกพันธ์กับวัฒนธรรมลาวและอีสานอีกด้วย”

“ หมอลำ ” เปรียบเสมือนหัวใจและจิตวิญญาณของคนอีสานเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แฝงอัตลักษณ์ของความเป็นอีสานไว้อย่างโดดเด่น และการสั่งสมองค์ความรู้คำสอน และความเชื่อที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งยังเป็นเสมือนบันทึกความเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละช่วงยุคสมัยนอกจากนี้หมอลำยังมีบทบาทในการเป็นผู้นำทางความคิดของผู้คนในท้องถิ่นอีกทั้งยังเป็นตัวเชื่อมประสานความสัมพันธ์ของกลุ่มต่างๆในสังคมรวมถึงเป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองอัตลักษณ์ของความเป็นอีสานระหว่างรัฐและสังคมโลก หากว่าผู้เสพหมอลำที่มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมอื่นๆที่ไม่ใช่คนอีสานหรือคนในกลุ่มวัฒนธรรมลาวแล้ว อาจรับรู้เพียงความสนุกสนานที่หมอลำหยิบยื่นให้ทั้งที่ในอีกด้านหมอลำบรรจุและสามารถสะท้อนความรู้ได้อย่างมากมายหลายศาสตร์

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ร่วมกับจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จึงริเริ่มจัดนิทรรศการหมอลำเพื่อมุ่งหวังจะให้เป็นโครงการเริ่มต้นที่เป็นการสืบค้นและทบทวนวิวัฒนาการของหมอลำ ที่มีมิติเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์สังคมไทยและสะท้อนกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในมิติทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ โดยจะจัดแสดงที่หอศิลป์บ้านจิมทอมป์สันกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 18ตุลาคมพ . ศ.2557 – 31 มีนาคม พ . ศ. 2558 หลังจากนี้นิทรรศการมีแแผนจะสัญจรไปแสดงต่อยังจังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน อาทิเช่นจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอุบลราชธานีโดยความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น และ สถาบันการศึกษา รวมถึงการมีส่วนร่วมจากปราชญ์หมอลำในชุมชนอีสานอีกหลายท่าน ก่อนที่จะนำไปติดตั้งเป็นนิทรรศการถาวรที่พิพิธภัณฑ์หมอลำ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในอนาคต

ในนิทรรศการครั้งนี้ ประกอบด้วย อุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงหมอลำ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่นเครื่องดนตรี กลอนลำ ผลงานภาพถ่าย และวีดีโอ รวมทั้งเสียงดนตรี และ เทป ซีดี และแผ่นเสียง ในวีธีการเล่าเรื่อง ได้แบ่งหมอลำออกเป็น 3 ส่วน ตามประวัติศาสตร์ของหมอลำและบริบทของสังคมไทยที่ได้อิทธิพลมาจากการสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองในระดับโลกดังต่อไปนี้

ส่วนที่ 1: หมอลำตำอิด
เป็นการนำเสนอต้นกำเนิดหมอลำผ่านวัตถุเกี่ยวกับพุทธศาสนาและพิธีกรรม เช่น หนังสือเจียง หนังสือผูก ที่พัฒนามาจากการอ่านหนังสือผูกในงานศพซึ่งเป็นวรรณกรรมที่สอดแทรกคำสอนทางพุทธศาสนาและมีความสัมพันธ์กับพุทธศาสนาในวัฒนธรรมลาวอีสานอย่างแนบแน่นและเป็นที่มาของคำว่า “ หมอลำ ” ในปัจจุบัน การอ่านหนังสือผูกที่มีการเอื้อนเสียงสูงต่ำนั้นได้รับอิทธิพลมาจากจังหวะการเทศน์ของพระสงฆ์ในแถบอีสานและลาว นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผ่านวัตถุทางพิธีกรรม เช่นธรรมมาสน์ หิ้งผีฟ้า เนื่องจากหมอลำผีฟ้าเป็นหมอลำพิธีกรรมที่สัมพันธ์กับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและสะท้อนความเชื่อตลอดจนจักรวาลวิทยาของผู้คนอีสานในอดีต

ส่วนที่ 2: ม้าป่งเขา เสาออกดอก
เป็นเส้นเวลาวิวัฒนาการของหมอลำ ถูกนำเสนอผ่านกลอนหมอลำประเภทต่างๆ ตลอดจนเครื่องดนตรี การแต่งกาย และภาพถ่ายของหมอลำแต่ละประเภท เริ่มต้นจากหมอลำพื้น ที่มาจากวัฒนธรรมการเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวชาวอีสาน ไปสู่หมอลำในช่วงสงครามเย็น ที่จะ ทำให้เริ่มเห็นบริบทของการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคอีสาน ที่หมอลำได้รับอิทธิพลจากภายนอกอีสาน ที่รับเอาความบันเทิงจากภายนอกและดนตรีสมัยใหม่มาผสมประยุกต์เข้ากับหมอลำกลายเป็นลำเพลินและลำหมู่แบบต่างๆ จนมาสู่ลำซิ่งในปัจจุบัน การนำเสนอนิทรรศการส่วนนี้นอกจากวัตถุ เครื่องดนตรี การแต่งกาย และภาพถ่ายแล้ว ยังมีผลงานวิดีโอ อีสานโอละนอ โดยทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ที่นำเสนอวิวัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของหมอลำประเภทต่างๆ ตามพัฒนาการของยุคสมัย นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพถ่ายเกี่ยวกับหมอลำในอดีตที่บันทึกโดยจอห์น คลูเล่ย์ ดีเจพ่อใหญ่

ส่วนที่ 3: สระบุรีเลี้ยวซ้าย
นิทรรศการส่วนนี้นำเสนอประเด็นพลวัตของหมอลำ ผลจากการดึงชนบทอีสานมาเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทยทำให้อีสานได้เปิดสู่โลกภายนอกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอัตลักษณ์ของอีสานได้ถูกพัฒนาจนเป็นอิสระจากลาวและเป็นอิสระจากไทยซึ่งหมอลำเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ดังกล่าวอย่างโดดเด่นการนำเสนอนิทรรศการในส่วนนี้จะประกอบไปด้วยแผ่นเสียง เทป ซีดี และภาพถ่ายของหมอลำคณะต่างๆ ในยุคที่หมอลำเป็นความบันเทิงที่ได้รับความนิยมและมีการผสมผสานกับดนตรีลูกทุ่ง เป็นการแสดงที่ทำให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจสูง มีการบันทึกเสียงและเกิดคณะหมอลำต่างๆมากมาย การแสดงของคณะหมอลำยังเคลื่อนที่ไปตามแหล่งอาศัยของคนอีสานที่กระจายออกตามเมืองใหญ่ต่างๆ หลังจากการหลั่งใหลของแรงงานผู้รับใช้สังคมบริโภค ดังที่ปรากฏในผลงานวิดีโอ “Liminal Zone” ของปิยะรัศมิ์ ปิยะพงศ์วิวัฒน์ พลวัตของหมอลำยังเคลื่อนที่ต่อตามกระแสโลกาภิวัฒน์ และดูจะแน่นหนักยิ่งขึ้นในยุคสมัยปัจจุบันที่ผู้คนล้วนหวนหากระแสท้องถิ่นนิยม เช่นในวิดีโอบันทึกการแสดงหมอลำของกลุ่มบางกอกพาราไดซ์ นำโดยดีเจมาฟไซ ที่เปลี่ยนให้สถานะ ‘ ความ เป็นอื่น ’ อย่างดนตรีหมอลำ ก้าวข้ามจากความนิยมในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครไปโด่งดังในระดับนานาชาติ

นอกจากนิทรรศการแล้วยังมีกิจกรรมการเสวนาในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับหมอลำหลากมิติและบริบทจากนักวิชาการ หมอลำ และบุลคากรด้านหมอลำ ท่านอื่นๆ ทุกเดือน ตลอดช่วงการจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารโดยการคลิกไลค์ได้ที่หน้าเพจเฟสบุค The Jim Thompson Art Center

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน โทร. 02 612 6741
อีเมล์ artcenter@jimthompsonhouse.com