ศิลปิน ร่วมโครงการ : ซูเปอร์เฟลกซ์ (เดนมาร์ก), โรเบิร์ต นอทท์ และอังตวนเนท เดอ จง (เนเธอร์แลนด์) เมลลา จาร์สมาร์ (อินโดนีเซีย), ไมเคิ่ล ลี (สิงคโปร์), คริส ชอง ชาน ฟุย (มาเลเซีย), โค ซาโตะ (ญี่ปุ่น), ทัศนัย เศรษฐเสรี (ไทย), ภัทร จันทร์ฤาชาชัย (ไทย), พิสุทธิ์ ศรีหมอก (ไทย), ปิยะศักดิ์ อู่ทรัพย์ (ไทย) และกลุ่มบางกอก อะแดพทีฟ ซิตี้ (ไทย)

คัดสรรโดย: โสมสุดา เปี่ยมสัมฤทธิ์ และ วรเทพ อรรคบุตร

มูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน ร่วมกับหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ขอเชิญชมนิทรรศการ ‘ปลอดภัยสถาน(?)’ ซึ่งจัดต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เมื่อพ.ศ.2552 ณ แกลเลอรี่เว่อร์ นิทรรศการปลอดภัยสถาน(?) ยังคงเน้นหนักจินตนาการ การตีความผ่านศิลปะควบคู่กับการบรรยาย เพื่อเปิดพื้นที่ และส่งต่อบทสนทนาระหว่างศิลปะกับประเด็นทางสังคม โดยเฉพาะความเปราะบางจากสถานการณ์คุกคามความปลอดภัยในปัจจุบันผ่านศิลปะหลากสื่อ ทั้งประติมากรรม สื่อผสม ศิลปะสื่อใหม่ ภาพยนตร์ ภาพถ่าย ฯลฯ จากศิลปินไทยและต่างประเทศรวม 11 ท่าน เพื่อจุดประกายความคิด สะกิดประเด็นคำถาม สร้างความตระหนักรู้อย่างเท่าทันปัญหาอันซับซ้อนหลากหลาย ซึ่งกระทบต่อชีวิตและสังคมในมิติอันตื้นลึกหนาบาง

ความเปราะบาง ความไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัย บันดาลให้เกิดบทสนทนาใหม่ๆ เพื่อสะท้อนความหวังและจินตนาการ ต่อการก่อรูปทางความคิดและทางปฏิบัติของพื้นที่ปลอดภัยในอนาคต การตีความและถ่ายทอดมุมมองอันรอบด้าน ‘ปลอดภัยสถาน(?)’ เรียงเนื้อหาต่อเนื่องตามธีม Dystopia Now, Utopia Never

1) ‘พลังที่ไม่อาจควบคุม’
ตอนที่หนึ่ง มุ่งประเด็นไปที่ผลสืบเนื่องจากภัยคุกคามตามธรรมชาติที่ไม่อาจคาดเดาได้ ประกอบด้วยผลงาน 3 ชิ้น เริ่มด้วยผลงานวิดีโอทดลองความยาว 18 นาที ‘In The Sea Fog’ ของโค ซาโตะ ภาพและเรื่องสะท้อนความอาดูรจากการสูญเสียแม่ในเหตุการณ์ธรณีพิบัติและคลื่นยักษ์สึนามิครั้งรุนแรงที่ญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2554 เพื่อหวนระลึกและคารวะต่อผู้เสียชีวิต ในเหตุการณ์ดังกล่าว

ผลงานถัดมาเป็นภาพถ่าย ‘ดินแดนในเงาหม่น’ ของโรเบิร์ต นอทท์และอังตวนเนท เดอ จง ที่ทำงานร่วมกันกับกรีนพีซ เพื่อเสนอถึงผลกระทบร้ายแรงจากการรั่วไหลของกัมมันตรังสี หลังจากเตาปฏิกรณ์ 4 แห่ง ณ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะเกิดความร้อนสูงแล้วหลอมละลาย สิ่งมีชีวิตที่หลงเหลืออยู่ยังต้องเสี่ยงต่อภาวะผิดปกติทางพันธุกรรม ผลงานชุดนี้เป็นภาพถ่ายทิวทัศน์หลังภัยพิบัติที่ภายนอกนั้นสงบงาม แต่เบื้องหลังคือดินแดนร้างไร้เงาและสัญญาของชีวิต
   
‘This Place is Mine’ จากเมลลา จาร์สมาร์ นำภาพถ่ายของซากปรักหักพังที่ยังคงหลงเหลือหลังเหตุการณ์ แผ่นดินไหวทางตอนใต้ของยอร์กยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2549 นำมาพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ซึ่งผู้ชมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับผลงานได้

2) ‘โครงสร้างล่องหน’
เป็นตอนที่สอง ว่าด้วยวิกฤติการณ์ร่วมสมัยจากมนุษย์ เป็นเหตุกำหนด ประกอบไปด้วยผลงาน 4 ชิ้น เริ่มด้วยวิดีโอความยาว 12 นาที ‘The Financial Crisis’ ของกลุ่มศิลปินซูเปอร์เฟล็กซ์ เสนอความวิตกกังวล ผ่านวิธีการบำบัดอาการเจ็บป่วยทางประสาทด้วยวิธีสะกดจิต ความไม่มั่นคงทางการเงินแม้เป็นวิกฤตส่วนบุคคล แต่ก็จะค่อยๆ เผยให้เห็นความเปราะบางที่จิตใต้สำนึกมิอาจเก็บงำไว้มิดชิด พื้นที่ปลอดภัยจึงไม่ได้หมายถึงแต่เพียงพื้นที่ทางกายภาพเท่านั้น หากแต่หมายรวม พื้นที่ทางจิตใจที่มั่นคงและปลอดพันธนาการ

ผลงานสารคดี ความยาว 50 นาที ‘บ้านเรา ห้วยหินดำ’ ของพิสุทธิ์ ศรีหมอก ที่เคยได้รับรางวัลดุ๊กจากการประกวดหนังสั้นของมูลนิธิหนังไทยในปี พ.ศ.2554 ‘บ้านเรา ห้วยหินดำ’ บันทึกความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับชาวบ้านกะเหรี่ยงโปว์ บ้านห้วยหินดำ จังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะคนนอกวงจรเกษตรอุตสาหกรรม ความนอบน้อมต่อธรรมชาติ นอกจากจะเป็นเครื่องมือให้ชุมชนต่อรองสิทธิทำกินร่วมกับพื้นที่ป่าแล้ว ‘บ้านเราห้วยหินดำ’ ในฐานะสื่อภาพยนตร์ยังเปลี่ยนบทบาทของกล้องและเฟรมบนจอหนังให้กลายเป็นพื้นที่การแชร์ประสบการณ์ จากการร่วมเป็นคนใน คู่ขนานกับกระบวนการสังเกตอย่างมีส่วนร่วมตลอดหนึ่งปีโดยศิลปิน

“บทสนทนาบนความไม่ลงรอย” ผลงานภาพถ่ายคอลลาจซ้อนสถานการณ์ของปิยะศักดิ์ อู่ทรัพย์ เป็นภาพถ่ายจากพื้นที่จริงของเหตุการณ์การปะทะและความรุนแรง ที่สร้างบทสนทนาระหว่างเหตุการณ์สองบริบท (กรุงเทพฯ กับสามจังหวัดภาคใต้ หรือกรุงเทพฯ กับที่อื่นๆ) ซึ่งอาจจะช่วยเชื่อมโยงสองสถานการณ์ที่นอกเหนือการรับรู้ แล้วนำไปสู่การขบคิดและตีความคำว่าพื้นที่ ‘ปลอดภัย’ อันมิใช่จะจำกัดอยู่แค่พื้นที่ ‘ชีวิตประจำวัน’ เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงพื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตยอีกด้วย

ผลงานภาพพิมพ์ ‘Glance Left and Right’ ของภัทร จันทร์ฤาชาชัย ที่รวบรวมข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์มาปะติดลงบนเฟรมผืนใหญ่ เกิดเป็นฉากภาพตึกร้างของตึกแห่งหนึ่งย่านชานเมืองที่ได้รับผลกระทบ จากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ในช่วง ‘ต้มยำกุ้ง’ เมื่อ พ.ศ.2540 การเข้าไปสำรวจการดำรงชีวิตของผู้อาศัยในตึกร้าง นอกจากจะจุดประกายคำถามเกี่ยวกับประโยชน์ใช้สอยของอาคารต่างๆ ที่ไร้ระเบียบในเมืองสมัยใหม่แล้ว ยังหมายรวมถึงคำถามต่อการขยายตัวของกิจการอสังหาริมทรัพย์ว่าสอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ หรือเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ในวิถีเมืองอันเร่งรีบได้มากน้อยเพียงใด

3) ‘ความหวังใหม่’
นิทรรศการตอนสุดท้าย เพื่อร่วมจินตนาการร่วมถึงทางออกแห่งการ อยู่ร่วมกันประกอบไปด้วยศิลปิน 4 ท่าน ในผลงาน ‘The Structure of Fear’ โดยทัศนัย เศรษฐเสรี ร่วมกับบงกช ไอศูรย์ธนเศรษฐ์ และมิวมิวสตูดิโอ เป็นโครงการศิลปะเชิงวิจัยสังคม มุ่งเน้นการสำรวจความกลัว สภาวะความตื่นตระหนก หวั่นกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน อันครอบคลุมทั้งสงคราม การจลาจล ก่อการร้าย สารปนเปื้อนในอาหารและน้ำ อัตราการตายจากโรคใหม่ๆ การฆาตกรรม วิกฤตทางธรรมชาติและเศรษฐกิจ ฯลฯ ผลงานเชื้อเชิญให้คนดูมีส่วนร่วมในการสร้างความต่อเนื่องของสถานการณ์ต่างๆ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและสร้างบทสนทนาในพื้นที่สาธารณะ ทั้งพื้นที่จริงและพื้นที่เสมือนในโลกไซเบอร์

ผลงานวิดีโอความยาว 12 นาที ‘Kolam’ ของ คริส ชอง ชาน ฟุย ถ่ายทอดความพยายามของคนในหมู่บ้านลัมพุค จังหวัดอะเจห์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อจะฟื้นฟูและเยียวยาตนเอง หลังเผชิญคลื่นยักษ์สึนามิถล่มมหาสมุทรอินเดียเมื่อ พ.ศ.2547 วิดีโอบันทึกช่วงที่เด็กๆ ในหมู่บ้านหัดว่ายน้ำจากบ่อน้ำชั่วคราว ในฐานะที่ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ครั้งดังกล่าว ความเจ็บปวดจึงยังคงเป็นบาดแผลที่ยากจะเยียวยา ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นความตั้งใจแน่วแน่ที่จะกระตุ้นให้สมาชิกชุมชนเผชิญหน้าและต่อสู้กับความเจ็บปวดเพื่อก้าวผ่านบาดแผลที่ยังฝังรอยลึก เพื่อข้ามสู่อนาคตต่อไป

กลุ่ม Bangkok Adaptive City นำเสนอผลจากการอบรมเชิงปฏิบัติการในโครงการ 2045-Bangkok. a vernacular metropolis, running on water โดยกลุ่มนักเรียนสถาปัตย์และสถาปนิกอาชีพ โดยมีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับสถาปนิกดัตช์ เอ็มวีอาร์ดีวี (MVRDV) และแวนเบอร์เกนโคลปา (vanBergenKolpa) เพื่อร่วมกันหาคำตอบที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติสำหรับการอยู่กับน้ำในอนาคต ผลจากโจทย์การออกแบบและคำตอบที่จำลองสภาพการอยู่อาศัยในอนาคตในแบบต่างๆ โมเดลจำลองที่เกิดขึ้นตั้งอยู่บนการคาดการณ์เชิงสถิติ ผลวิจัยสภาพการเปลี่ยนแปลงด้วยอุทกภัยอย่างต่อเนื่องในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งสำรวจโดยใช้เหตุการณ์และพยานหลักฐานในอดีตสภาพกรุงเทพฯ ‘ก่อนน้ำท่วม’ ‘ระหว่างน้ำท่วม’ และ ‘หลังน้ำท่วม’ เพื่อค้นหายุทธวิธีที่เหมาะสมสำหรับใช้ชีวิตในเมืองแห่งอนาคต


โปรดกดเพื่อขยาย
ผลงานส่งท้าย ‘The Second Hand City’ โดยไมเคิ่ล ลี ผลงานของลีอภิปรายเชิงอุปมา ถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์สมัยใหม่กับงานสถาปัตยกรรม ที่เมือง-สถาปัตยกรรม นอกจากจะสนองสัมผัสทางสายตาของผู้อาศัยแล้ว ยังโอบรัดความสัมพันธ์สลับซับซ้อน ฉะนั้นเมื่อสิ่งแวดล้อมทางสถาปัตยกรรม อันเป็นผลผลิตของเทคโนโลยีการออกแบบ ที่เริ่มด้วยการเปลี่ยนจินตนาการและสติปัญญาของผู้เชี่ยวชาญ กระทั่งปรากฎเป็นภาพบนกระดาษแล้ว ภาพของเมืองจึงมิใช่สิ่งที่ไร้พิษสง หากแต่เป็นการสร้างรูปแบบการอยู่อาศัยที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

จากสถานการณ์ของความไม่มั่นคง คลางแคลงใจต่อความเปราะบางที่เกิดขึ้น จากอดีต กระทั่งในอนาคตอันใกล้ อันตีความผ่านงานศิลปะ 11 ชุด ในสามตอนข้างต้น คงจะสร้างข้อตระหนักต่อทั้งระดับปัจเจกและสังคมต่อ ‘พื้นที่’ อัน ‘ปลอดภัย’ เอนกประการ

นิทรรศการเปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2555 – 3 มีนาคม 2556
ที่หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน เวลา 9.00 - 17.00 น.

กิจกรรมด้านการศึกษานิทรรศการปลอดภัยสถาน
โปรดกดเพื่อดู

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน
โทร. 02-612-6741, 080-117-8911
แฟกซ์. 02-219-2911