นิทรรศการ TRANSMISSION
โสเพียพ พิช อัลเบิร์ต โยนาธาน เซ็ตยาวัน เดอะ โพรเพลเลอร์ กรุ๊ป นิค ชาน สุวิชชา ดุษฎีวนิช สาครินทร์ เครืออ่อน และถกล ขาวสะอาด
วันที่ 21 มีนาคม – 30 สิงหาคม 2557
ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน
 
       
   

หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ยินดีนำเสนอนิทรรศการ TRANSMISSION นิทรรศการล่าสุดของหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ที่มุ่งสำรวจ จุดเชื่อมต่อระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย
 
นิทรรศการ TRANSMISSION มีจุดเริ่มต้นจากคอลเลกชันงานศิลปะและวัตถุโบราณอันเปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่าและเรื่องราวของ พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน โดยของสะสมซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นดั่งตัวแทนของมรดกทางวัฒนธรรมไทยนี้ เป็นผลจากการที่ พิพิธภัณฑ์ได้มุ่งมั่นอนุรักษ์และประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทยทั้งเก่าและใหม่ด้วยดีเสมอมา แต่ก็เช่นเดียวกันกับคอลเลกชันงานศิลปะ และวัตถุโบราณของไทยที่สำคัญอื่นๆ ของสะสมในพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สันส่วนใหญ่ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า แนวคิดความเป็นรัฐชาติไทยแบบสมัยใหม่ ซึ่งเพิ่งจะได้รับการสถาปนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930 ดังนั้น หากของสะสมชุดนี้คือตัวแทน ของช่วงเวลาก่อนสมัยใหม่และช่วงเวลาก่อนการเกิดขึ้นของสำนึกความเป็นชาติ วัตถุต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวแทนของถิ่นแดนใด เมื่อมองว่าการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมนั้นมีอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนานนับศตวรรษและเกิดขึ้นในอาณาบริเวณซึ่งปัจจุบันขยายครอบคลุมไปหลายประเทศ เราจะถือว่าวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชุดนี้เป็นศิลปะวัตถุแบบภูมิภาคได้หรือไม่

นิทรรศการ TRANSMISSION เผยให้เห็นเสี้ยวหนึ่งของความเป็นไทยก่อนการเป็นรัฐชาติผ่านสายตาของศิลปะร่วมสมัย โดยศิลปิน ร่วมสมัย 7 ท่าน จากประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ตีความงานสะสมของพิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน ในรูปแบบของตน ผลงานของพวกเขาไม่เพียงแสดงให้เห็นว่าอดีตจะเป็นแรงบันดาลใจได้อย่างไร หากยังให้เห็นว่าอดีตยัง สามารถเป็นคำท้าทายได้เช่นกัน เมื่อ “ประเพณี” ไม่ใช่เพียงแค่มรดกตกทอดในเชิงรูปลักษณ์หรือกลวิธี หากคือกระบวนการอันมีชีวิต ของการตีความและปรับแปลง ซึ่งเติมเต็มประสบการณ์ความเป็นสมัยใหม่ให้สมบูรณ์ นิทรรศการ TRANSMISSION เสนอแนะว่า “มรดกทางวัฒนธรรม” มีค่ามากกว่าเป็นได้เพียงแค่อัตลักษณ์ หากยังเป็นองค์ความรู้ทั้งในเชิงแนวคิด แก่น และสาระสำคัญอันใช้ได้จริง รวมถึงเป็นทรัพยากรให้เราได้ใช้ครุ่นคิด รู้สึก และสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น

ด้วยงานศิลปะใหม่ๆ ในสื่อต่างๆ หลากหลาย ตั้งแต่งานไม้ งานจิตกรรม ไปจนถึงงานศิลปะจัดวางวิดีโอและเสียง นิทรรศการครั้งนี้ จะตั้งคำถามว่ามีการส่งผ่านองค์ความรู้กันอย่างไรทั้งระหว่างผู้คนและระหว่างกลุ่มคน วัฒนธรรมสามารถก้าวข้ามพื้นที่และเวลา ได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยที่ทำให้วัฒนธรรมหนึ่งๆ ไม่เคยแปรเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ และเหตุใดวัฒนธรรมบางอย่างยังคงอยู่ ในขณะที่อีกหลายส่วนก็ได้สูญสลายไปกับการเวลา

คำถามเหล่านี้ไม่อาจจะถูกถามขึ้นในช่วงเวลาอันประจวบเหมาะไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว เมื่อชาติต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลัง เตรียมพร้อมรับการรวมตัวทั้งในเชิงการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมขึ้นเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อย่างไรก็ตาม ขณะที่ชาติ ต่างๆ ยังคงปลุกปล้ำกับรูปแบบความเป็นชาตินิยมทั้งในเชิงปกป้องและแบ่งแยก ศิลปะและโบราณคดีวิทยาได้กลายเป็นเหยื่ออันโอชะ ที่ต้องเสียสละอยู่เสมอ และแม้จะมีการอุทธรณ์ต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาติและการร้องขอต่อความเป็น “มรดกโลก” ในระดับ นานาชาติ รากเหง้าทางวัฒนธรรมในภูมิภาคนั้นกลับหยั่งรากลึกและแผ่ขยายเกินกว่าพรมแดนความเป็นชาติมากนัก

นิทรรศการ TRANSMISSION ไม่ต้องการเป็นตัวปลุกปั่นให้เกิดสิ่งใด หากต้องการเป็นเวทีเปิดให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างรูปแบบ ของผลงานศิลปะทั้งโบราณ สมัยใหม่ และร่วมสมัย ที่สะท้อนให้เห็นอดีตที่ภูมิภาคนี้มีร่วมกันและอนาคตเดียวกันซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นิทรรศการ TRANSMISSION ไม่ต่างจากแบรนด์จิม ทอมป์สัน ที่ก่อตั้งขึ้นด้วยการเอากระบวนการทอผ้าไหม อันน่าชื่นชมมาทำใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย โดยนำอดีตกลับมามองไปข้างหน้าขึ้นใหม่และสดุดีพลังของมรดกตกทอด รวมถึงการที่ ศิลปะนั้นสามารถเป็นสื่อหนึ่งที่ร่วมสนับสนุนมรดกอันมีชีวิตชีวานี้

นิทรรศการ TRANSMISSION คัดสรรโดยภัณฑารักษ์เดวิด เทห์ และผู้ช่วยภัณฑารักษ์แมรี่ ปานสง่า



ศิลปินที่เข้าร่วม

อัลเบิร์ต โยนาธาน เซ็ตยาวัน
เกิดเมื่อปีพ.ศ.2526 เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย อัลเบิร์ตจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ ที่ Bandung Institute of Technology ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากจบการศึกษาในปี พ.ศ.2550 อัลเบิร์ตเริ่มพัฒนาชุดผลงานเซรามิคแบบจัดวาง (ceramic installations) และงานภาพเขียน (drawings) ผลงานของอัลเบิร์ตเรามักจะ เห็นการรวมกันระหว่างลักษณะ ที่ทำให้ดูง่ายขึ้น ของรูปร่างของมนุษย์ สัตว์ หรือพืชพันธุ์ กับรูปทรงเรขาคณิต ผ่านกระบวนการการจัดเรียง และการทำซ้ำ จนได้โครงสร้างแบบเชิง เรขาคณิต ถึงแม้ว่างานภาพเขียนจะดูแตกต่าง กับผลงานเซรามิคเมื่อมองด้วยสายตา แต่งานทั้งสองก็มีลักษณะเฉพาะ ที่เหมือนกัน รวมถึงลักษณะเด่นของการทำซ้ำ ผลงานชุด Cosmic Labyrinth ถูกแสดงครั้งแรกในนิทรรศการแสดงเดี่ยวที่ Valentine Willie Fine Art ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปีพ.ศ. 2554 โดยใช้ชื่อนิทรรศการว่า “Temple of Threshold” เมื่อปีพ.ศ.2556 ผลงาน Cosmic Labyrinth: A Silent Pathway ได้เข้าร่วมแสดงเป็นส่วนหนึ่งของ Indonesian Pavilion ร่วมกับศิลปินชาวอินโดนีเชียอีก 4 ท่านในเทศกาลศิลปะ Venice Biennale ครั้งที่ 55 ประเทศอิตาลี ผลงานการแสดงเดี่ยวของอัลเบิร์ต อาทิเช่น “I am a bird now”, Shigaraki Ceramic Cultural Park, Koka city, Shiga pref (พ.ศ.2552) ประเทศญี่ปุ่น Cosmic Mantra, SIGIarts Gallery และ Liminal Being, The Japan Foundation (พ.ศ.2553) จากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย Temple of Threshold, Valentine Willie Fine Art Gallery (พ.ศ.2554) ประเทศสิงคโปร์ และในปีพ.ศ.2555 Sacred Veranda, Sumarja Gallery, Faculty of Visual Art and Design, Bandung Institute of Technology (ITB) บันดุง ประเทศอินโดนีเซีย Grammar of Meditation, Galeri Canna, จากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย และ Cosmic Totems, WTF Gallery, กรุงเทพฯ อัลเบิร์ตศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาทัศนศิลป์ จากสถาบันการศึกษาเดิมครั้งเมื่อเรียนในระดับ ปริญญาตรี อัลเบิร์ตได้รับทุนจาก the Japanese Ministry of Education ประเทศญี่ปุ่น ให้ศึกษาต่อด้านศิลปะเซรามิค (ceramic art) ปัจจุบันอาศัยและศึกษาปริญญาโทด้านศิลปะเซรามิคที่ Kyoto Seika University ประเทศญี่ปุ่น โดยอัลเบิร์ตยังคงพยายามรักษาสตูดิโอ เล็กๆสำหรับสร้างงานเซรามิค ที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนและกลุ่มศิลปิน

โสเพียพ พิช
เกิดเมื่อปีพ.ศ.2514 เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โสเพียพจบการ ศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาจิตรกรรม จาก University of Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปีพ.ศ.2538 และระดับ ปริญญาโทในสาขาเดียวกันจาก The School of the Art Institute of Chicago เมื่อปีพ.ศ.2542 โสเพียพมักทำงานกับวัสดุ อย่างเช่น หวาย และไม้ไผ่ โดยผลงานประติมากรรมในช่วงแรกของการทำงาน (พ.ศ.2547 - พ.ศ.2553) จะพูดถึงประเด็นเรื่องของเวลา ความทรงจำ และร่างกาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะความทรงจำ ในวันเด็กของตัวศิลปินในช่วงยุคเขมรแดงเรื่องอำนาจ (พ.ศ.2518 - พ.ศ.2522) และเรื่องราวทางวัฒนธรรม ทั้งประเพณีดั่งเดิม และการต่อสู้ดิ้นรนในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย จากผลงานชุดล่าสุด “wall relief” (พ.ศ.2554 - ) โสเพียพได้ผันตัวเองจากการ อ้างอิงเรื่องของสังคมการเมือง มาสู่การทำงานกับวัสดุธรรมชาติพื้นถิ่นของประเทศกัมพูชา อย่างไม้ไผ่ หวาย ผ้ากระสอบ ขี้ผึง และผงสีจากพื้นดิน ซึ่งทำให้โสเพียพหันกลับมาทำงานในรูปแบบของตัวเอง รวมถึงพูดถึงเรื่องของตัววัสดุมากขึ้นด้วย โสเพียพแสดงผลงานมากมายในระดับนานาชาติ โดยมีการแสดงผลงานเดี่ยวคือ “A Room”, The Indianapolis Museum of Art (พ.ศ.2557) ประเทศสหรัฐอเมริกา “Compound”, the Henry Art Gallery, University of Washington, Seattle (พ.ศ.2554) ประเทศสหรัฐอเมริกา “Cambodian Rattan: The Sculptures of Sopheap Pich”, The Metropolitan Museum, NYC (พ.ศ.2556) ประเทศสหรัฐอเมริกา และการแสดงผลงานเดี่ยว “Reliefs” จัดแสดงที่ Tyler Rollins Fine Art (พ.ศ.2556) ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้โสเพียพยังเข้าร่วมแสดงในนิทรรศการกลุ่มอีกมากมาย อาทิเช่น นิทรรศการศิลปะ dOCUMENTA ครั้งที่ 13 (พ.ศ.2555) ประเทศเยอรมัน เทศกาลศิลปะ Singapore Biennale (พ.ศ.2554) เทศกาลศิลปะ Asian Art Biennale in Taiwan (พ.ศ.2554) เทศกาลศิลปะ Fukuoka Triennale (พ.ศ.2552) ประเทศญี่ปุ่น และเทศกาลศิลปะ The Asia-Pacific Triennial of Contemporary Art (พ.ศ.2552) ที่เมืองBrisbane ประเทศออสเตรเลีย

สุวิชชา ดุษฎีวนิช
สุวิชชาเกิดเมื่อพ.ศ.2520 จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ สาขาศิลปไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนใหญ่แล้วสุวิชชาทำงานกับศิลปะจัดวางในลักษณะของงานโครงสร้างแบบ 3 มิติ เมื่อปีพ.ศ. 2543 สุวิชชากับเพื่อนศิลปิน รวมกันตั้งกลุ่ม “ As Yet Unnamed” และแสดงนิทรรศการร่วมกันที่ project 304 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานของกลุ่ม ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และเมื่อปี 2551 สุวิชชาได้แสดงนิทรรศการ Wall saw ที่ About Studio/About café โดยเป็นส่วนหนึ่ง ของโปรเจคที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีของกลุ่ม “ As Yet Unnamed” ในปีเดียวกันสุวิชชาเข้าร่วมในนิทรรศการ The traces of Siamese Smile ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และแสดงนิทรรศการเดี่ยว A Matter of Background ที่หอศิลป์คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (PSG Art Gallery) เมื่อปี 2553 สุวิชชาได้เจาะกำแพงของพื้นที่แสดงงาน ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เป็นรูปก้อนเมฆที่มีรูปทรงเป็นคำว่า “Freedom” ในนิทรรศการ Imagine Peace และในปี 255 สุวิชชาได้เข้าร่วม workshop กับศิลปินกลุ่มประเทศนอร์ดิก ที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร (Silpakorn University Art Center) เมื่อปี 2555 สุวิชชาแสดงงานชุดล่าสุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ "Temporary Storage #01 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

สาครินทร์ เครืออ่อน
เกิดเมื่อพ.ศ.2508 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันเป็นรองคณบดีวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและ ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีการแสดงผลงานศิลปะเดี่ยวรวมทั้งสิ้น 8 โครงการนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 ได้แก่ นิทรรศการ “วิหาร” “Yellow Simple”, “Cloud Nine ลม ลม แล้ง แล้ง”, “นางกวัก วิกฤตการณ์ 2005”, “นางกวัก มือใครยาว สาวได้ สาวเอา” สำหรับในปี 2551 มีการแสดงผลงานเดี่ยวสามครั้งคือ “Horizon”, “สวรรค์บ้านนา ถึงเวลาเก็บเกี่ยว” (Ripe Project: Village and Harvest Time) และ site-spacific in stallation ที่มีชื่อว่า “h” และ ผลงานแสดงเดี่ยวล่าสุด ภาพยนต์สั้นเรื่อง “มโนราห์กับเพื่อนแท้ของงูเห่า″ (Manorah and Best friends of the Snake ในปี 2553 นอกเหนือจากการแสดงนิทรรศการกลุ่มในประเทศไทย ที่ได้ร่วมแสดง ในสถาบันต่างๆอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนศิลปินไทยในมหกรรมศิลปะนานาชาติหลายแห่ง อาทิ Venice Biennale ครั้งที่ 50 และ 53 ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี, งาน 21st Asian International Art Exhibition (AIAE) ประเทศสิงคโปร์, มหกรรมศิลปะนานาชาติ Nanjing Triennial สาธารณะรัฐประชาชนจีน, เทศการศิลปะนานาชาติ Busan Biennial 2012 เมือง ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้, ศิลปินรับเชิญ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Joan Miro เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน และในนิทรรศการศิลปะ dOCUMENTA ครั้งที่ 12 ประเทศเยอรมัน ที่นำชื่อเสียงมาให้เขาเป็นอย่างยิ่งผ่านผลงานชุด “นาขั้นบันไดแห่งเมืองคาสเซิล” (The Terraced Rice Fields Art Project : Kassel) ณ เนินปราสาท Schloss Wilhelmshöhe ทั้งนี้ศิลปินยังมีประสบการณ์แสดง ผลงานในอีกหลาย ภูมิภาคทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา และยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรและผู้บรรยายพิเศษ ในสถาบัน ต่างประเทศหลายแห่ง เช่นที่ Asialink Center มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลีย, Institute of Contemporary Arts (ICA) ลอนดอน, สถาบันศิลปะไรจค์สคาเดมี (Rijksakademie) ในอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์, The Arts House, สิงคโปร์, New York University (NYU), สหรัฐอเมริกา

ถกล ขาวสอาด
เกิดเมื่อปีพ.ศ.2520 จังหวัดราชบุรี จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ถกลสร้างผลงานทั้งภาพเขียน (painting) และงานไม้ (woodwork) โดยมีผลงานแสดงนิทรรศการเดี่ยว ‘’Between..’’ เมื่อปีพ.ศ.2549 และ “An empty mind with what eyes have seen” (พ.ศ.2551) ที่ Gallery VER กรุงเทพฯ ในปีพ.ศ.2541 ถกลร่วมแสดงผลงาน ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า “Present” ที่หอศิลป์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (PSG Art Gallery) รวมถึงนิทรรศการ “Witches Stuff” ที่ Project 304 นอกจากนั้นถกลยังเข้าร่วม แสดงผลงานกลุ่มอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น นิทรรศการ “Hold on, don’t get it wrong” และ “Grounding” จัดขึ้นที่ About Studio/About Café ในปีพ.ศ.2542 กับนิทรรศการ “Surface/Tension”, Window project ซึ่งจัดโดย AARA - About Art Related Activities และนิทรรศการ “As Yet Unnamed Not Yet in Progress” ที่ Project 304 นิทรรศการ “Euro Vision” ที่หอศิลป์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (PSG Art Gallery) (ปีพ.ศ.2543) และนิทรรศการ “Fidelity Not Fealty” ที่ H Gallery กรุงเทพฯ (ปีพ.ศ2551) ในในปีพ.ศ2552 ถกลทำงานร่วมกับกอบภัค พรหมเรขา ในนิทรรศการ “Parallel” โดยเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจค As Yet Unnamed: station 1: ที่ About Studio/About Café ร่วมถึงนิทรรศการ “Imagine Peace” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) (ปีพ.ศ2553) และในปีพ.ศ.2555 กับนิทรรศการ “Retro VER-spective” ที่ Gallery VER กรุงเทพฯ นอกจากนั้นแล้วถกลยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Messy Sky magazine และ Messy Project Space และมีผลงานล่าสุดในการออกแบบพื้นที่และรูปแบบโครงสร้างใหม่ของ Messy Sky

นิก ชาน
นิก ชาน ศิลปินมีเดียอาร์ต ที่มีภูมิหลังมาจากการเป็นนักแต่งเพลงและนักออกแบบเสียง (music composition and sound design) ในฐานะนักดนตรี นิกมีผลงานเพลงออกมาต่อเนื่องหลายอัลบัม ซึ่งผลงานส่วนใหญ่เป็นงานเสียงร่วมสมัย และงานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินท่านอื่นด้วย นิกร่วมทำงานออกแบบเสียงให้กับนิทรรศการ หรืองานจัดวางต่างๆ โดยใช้กระบวนการ stochastic and audio-reactive ซึ่งจะทำให้เสียงที่เกิดขึ้นนั้นสอดคล้องและทำหน้าที่ เป็นตัวประสานภาพหรือลักษณะสัมผัส และการรับรู้ของสิ่งต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่ ปัจจุบันนิกมุ่งสำรวจจุดแรกเริ่มของเสียง และความหลากหลายของการใช้เสียง ในฐานะ วัตถุเชิงสัมพันธ์ และสื่อกลางของความหมาย ที่อยู่นอกกรอบความเข้าใจร่วมกันของรูปแบบทางดนตรี โดยเน้นการสร้างและรักษา ความต่อเนื่องของเสียง มากกว่าที่จะแยกออกมา ผลงานที่เคยเข้าร่วม อาทิเช่น นิทรรศการ PlusMinusTen: A Celebration of Dieter Rams' Principles of Design นิทรรศการ Dual City Sessions ซึ่งจัดแสดงที่ Berlin International Design Festival, Tokyo DesignTide, Shanghai Design Biennale, Kuala Lumpur Design Week และ Singapore Design Festival เทศกาล ‘A Design Film Festival 2013’ ผลงานภาพยนตร์ขนาดสั้น Cognitive Resonance ที่สร้างให้กับ Max Tan นักออกแบบแฟชั่น ผลงาน Musicity เป็นการคัดสรรผลงานดนตรี ของศิลปินชาวสิงคโปร์ 7 ท่านที่มุ่งเน้นสำรวจจุดร่วมของดนตรี สถานที่ สภาปัตยกรรม ความทรงจำ และประสบการณ์ จัดโดย British Council นอกจากนั้นนิกยังมีรางวัลและเกียรติคุณที่เคยได้รับ อาทิเช่น Straits Times Life! '30 under 30' cover story (2008) National Arts Council 'Patron of the Arts' Award (2009) Creative Circle Awards, Gold, Sound Design 'The Rubber Band' (2012) และ MTV/Lenovo Project COLAB Regional Winner (2013) ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

เดอะ โพรเพลเลอร์ กรุ๊ป
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2549 โดย ฟูนัม, แมท ลูเซโร และ ตวน แอนดรู เหงียน
ฟูนัม
เกิดเมื่อปีพ.ศ.2517 ที่เมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม
ปีพ.ศ.2531 ศึกษาประติมากรรมแกะหิน และการบรูณะโบราณวัตถุของประเทศกัมพูชา ที่กรุงเทพฯ
ปีพ.ศ.2538 ศึกษาการหล่อพระพุทธรูปทองสัมฤทธ์ และการหล่อทองสัมฤทธ์ ที่เชียงใหม่
ปีพ.ศ.2540 ศึกษา Ecole des Beaux Art Hanoi, Oil Painting Restoration, Ha Noi, Viet Nam

แมท ลูเซโร
เกิดเมื่อปีพ.ศ.2519 ที่เมืองUpland, CA ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปีพ.ศ.2543 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University of California Riverside, Riverside, California ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปีพ.ศ.2546 จบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก California Institute of the Arts, Valencia, California ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตวน แอนดรู เหงียน
เกิดเมื่อปีพ.ศ.2519 ที่เมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม
ปีพ.ศ.2542 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก สาขา Studio Art และDigital Arts จาก University of California, Irvine, CA ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปีพ.ศ.2547 จบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก California Institute of the Arts, Valencia, CA ประเทศสหรัฐอเมริกา

รางวัลและทุน
ปีพ.ศ.2555 Creative Capital Award, Muriel Pollia Foundation Award, Center for Cultural Innovation - ARC grant
ปีพ.ศ.25553 Art Matters

นิทรรศการแสดงผลงานเดี่ยว
ปีพ.ศ.2556 Lived, Lives, Will Live!, Lombard Freid Gallery, New York, New York, USA
ปีพ.ศ.2555 The History of the Future, 10 Chancery Lane, Hong Kong, Static Friction, Galerie Quynh, Ho Chi Minh City, Viet Nam, Static Friction: Burning Rubber, Sàn Art, Ho Chi Minh City, Viet Nam
ปีพ.ศ.2553 Your Name Here, Sàn Art @ L’Usine, Ho Chi Minh City, Viet Nam
ปีพ.ศ.2550 Requiem for a Wall, Galerie Quynh, Ho Chi Minh City, Viet Nam
นิทรรศการแสดงกลุ่ม / การฉายผลงานภาพเคลื่อนไหว / การแสดงสด
ปีพ.ศ.2556 Residual: Disrupted Choreographies, Carre d’Art, Nimes, France
In Between, Beit HaGafen - Arab Jewish Culture Center, Haifa, Isreal
Home Away, Armory Center for the Arts, Pasadena, California
ASEAN Media Arts Festival, traveling exhibition, Tokyo, Japan.
Unknown Forces, MSGSÜ Tophane-i Amire Culture and Arts Center, Istanbul, Turkey
Cities of Ancient Futures, Changwon Asian Art Festival, Changwon, South Korea
No Country: Contemporary Art for South and Southeast Asia, Guggenheim Museum, New York, NY
Yebisu International Festival For Art & Alternative Visions, National Museum of Photography, Tokyo, Japan
ปีพ.ศ.2555 Impakt, Utrecht, The Netherlands
7th Asia Pacific Triennial of Contemporary Art, Queensland Gallery of Modern Art, Brisbane, Australia
The Unseen, Guangzhou Triennial, Guangdong Museum of Art, Guangzhou City, China
Six Lines Of Flight, SF MOMA, San Francisco, CA
Made In LA, Los Angeles Biennial, Armand Hammer Museum of Art, Los Angeles, CA
The Ungovernables, The New Museum, New York, NY
Bangkok Experimental Film Festival, Bangkok, Thailand.
ปีพ.ศ.2554 Video, An Art, A History, Singapore Art Museum, Singapore
Project 35 - Independent Curators International, Pratt Manhattan Gallery, New York, NY
Commercial Break, Venice, Italy
Negotiating Home History And Nation, Singapore Art Museum, Singapore
Singapore Biennale - Open House, Singapore Art Museum, Singapore
ปีพ.ศ.2553 Night Festival, National Museum of Singapore, Singapore
Art Paris + Guests, 10 Chancery Lane, Grand Palais, Paris
Projects 93, MOMA, New York, NY
Against Easy Listening, 1A Space, Hong Kong
8th Shanghai Biennale, in collaboration with Superflex, Shanghai Art Museum, Shanghai, China Kuandu Biennale, in collaboration with Superflex,
Kuandu Museum of Fine Arts, Taipei, Taiwan
Porcelain / Mảnh Ghép Cuộc Đời, in collaboration with Superflex, Sàn Art, Ho Chi Minh City, Viet Nam
Your Name Here. Sàn Art @ L’Usine, Ho Chi Minh City, Viet Nam
Project 35 - Independent Curators International, New York, NY
FAX - Para-site - Hong Kong
ปีพ.ศ.2552 Lim Dim. Curated by Tran Luong, Stenersenmuseet, Oslo, Norway
Palais Project. Vienna, Austria
Oberhausen Film Festival, Germany
What’s the Big Idea? Yerba Buena Center for the Arts, San Francisco, CA
ปีพ.ศ.2551 Guangzhou Triennial, Guangdong Museum of Art, Guangzhou City, China
TransPop, Korea Vietnam Remix, Seoul, Korea
2nd Singapore Biennale, Singapore
GwangJu Biennale, Korea
The Farmers & the Helicopters, Freer & Sackler, Smithsonian, Washington DC, USA
ปีพ.ศ.2550 Requiem for a Wall, Galerie Quynh, Ho Chi Minh City, Viet Nam
Lyon Biennial, The History of a Decade That Has Not Yet Been Named, Lyon, France
Vietnamese International Film Festival, Los Angeles, CA
Depiction Perversion Repulsion Obsession Subversion, International Film Festival Rotterdam, Witte de Withe, Center for Contemporary Arts, Rotterdam, Netherlands
ปีพ.ศ.2549 Imaginary Country, Shoshana Wayne Gallery, Santa Monica, CA
Diaspora, Esplanade Concert Hall, Singapore

การบรรยาย / สัมมานาเชิงปฏิบัติการ / เสวนา
ปีพ.ศ.2556 ​USC Roski School of Fine Arts, MFA Lecture Series, University of Southern California, Los Angeles, CA, USA
No Country: Regarding South and Southeast Asia, symposium, Guggenheim Museum
ปีพ.ศ.2553 ​PUBLIC INTEREST: Projects & Prototypes, LACE and Otis College of Art & Design, Los Angeles, CA
Art Matters, grantee panel discussion, Los Angeles, CA
ปีพ.ศ.2551 ​ TransPop, Korea Vietnam Remix, panelist, Seoul, Korea
ปีพ.ศ.2550 UC Irvine, School of Art, Irvine, CA
California Institute of the Arts, visiting artist, Valencia, CA
ปีพ.ศ.2549 GOMA, Queensland Art Gallery, guest speaker, “White Cube Black Box,” Queensland, Australia