จิม ทอมป์สันและบริษัทอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยที่เขาก่อตั้งขึ้น ได้ฟื้นศิลปะการทอผ้าไหมที่ซบเซาจนใกล้จะสาบสูญอยู่แล้วให้กลับขึ้นมาเป็นสินค้าระดับดีไซเนอร์ชั้นนำของโลก

สำหรับจิม ทอมป์สันแล้ว "สิ่งที่บ่งบอกความสำเร็จของอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยไม่ได้วัดจากผลกำไรของบริษัทของเขาเองมากไปกว่าการที่มีบริษัทคู่แข่งผุดขึ้นมากมาย ทั่วทั้งกรุงเทพฯ"

กล่าวกันว่าพัฒนาการของอุตสาหกรรมไหมไทยที่ทอมป์สันสร้างให้เกิดขึ้นนับเป็นเรื่องราว ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในเอเชียสมัยหลังสงคราม

 
     
 

ผ้าไหมไทย เป็นผ้าทอมือ มีความโดดเด่นอยู่ที่เนื้อผ้ามันวาวเป็นประกาย จับตากับสีสันที่โดดเด่นที่ตัดกันอย่างสะดุดตา เช่นสีเขียวมรกตตัดกับสีม่วง แดง หรือสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีชมพูสด ซึ่งกลับกลายเป็นความกลมกลืน

ผ้าไหมไทยที่มีสีสันที่ตัดกันอย่างโดดเด่นและกลมกลืนงดงาม

 
     
  จิม ทอมป์สันมีนัยน์ตามองเห็นศิลปะ เขารู้สึกทึ่งและหลงใหลในความงามสะดุดตาและคุณสมบัติโดดเด่นของผ้าไหมไทย

ตามขนบดั้งเดิม การสาวไหมดิบเป็นแหล่งรายได้เสริมสำหรับชาวบ้านหลายต่อหลายครอบครัวในภาคอิสาน โดยที่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีอาชีพทำนาเป็นหลัก หลังจากนั้นไหมดิบที่สาวไว้แล้วจะส่งมาถึงมือช่างทอในกรุงเทพฯเพื่อทอเป็นผ้า แต่เมื่อมาถึง ค.ศ. ๑๙๔๖ (พ.ศ. ๒๔๘๙) การทอผ้าไหมไทยด้วยมือได้กลายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่ใกล้จะสาบสูญแล้วคนไทยจะเก็บผ้าไหมไว้สวมใส่ในงานสำคัญๆหรือพิธีรีตองเท่านั้น ดังนั้นความต้องการใช้ผ้าไหมจึงมีอยู่น้อยมาก

การทอผ้าไหมด้วยมือตามประเพณี

การทอผ้าไหมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพากเพียรมากเพื่อให้นำผ้าไหมที่ทอขึ้นไปนุ่งหรือตัดเป็นชุดไทย ตามประเพณี แม้ว่าไหมไทยจะมีสีสันสดใส แต่สีก็จะตกซีดจาง หายไปอย่างรวดเร็วหลังจากนำไปซักไม่กี่ครั้ง เนื่องจากใช้สีย้อมที่ทำจากพืชธรรมชาติ

เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตเริ่มแพร่ขยายเข้ามาในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๔๔๓-๒๕๔๒) ผ้าที่ทอด้วย เครื่องจักรซึ่งมีราคาย่อมเยากว่าและผลิตจากโรงงานในยุโรปและ ญี่ปุ่นเข้ามาตีตลาดจนทำให้การทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมต้องประสบปัญหาจนแทบจะไม่มีใครสนใจจะทอผ้าไหมกันอีกแล้ว

ครัวเรือนต่างๆยังคงทอผ้าไหมกันอยู่บ้าง แต่ก็ทอสำหรับใช้เองเป็นส่วนใหญ่และ แทบไม่มีใครสนใจในเรื่องคุณภาพของผ้าไหมเลย ครัวเรือนที่ทอผ้าไหมมีจำนวนลดน้อยลงทุกที และความหายนะของอุตสาหกรรมทอผ้าไหมก็ดูเหมือนว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่มีทางพลิกฟื้นกลับขึ้นมาได้อีก

แม้จะต้องเผชิญกับสภาพย่ำแย่ที่เป็นอยู่ แต่จิม ทอมป์สันก็เชื่อมั่นว่าความงดงามสดใสและคุณสมบัติโดดเด่นของ ไหมไทยจะต้องสะดุดตาตลาดต่างประเทศได้อย่างมาก

เขาสั่งให้ทอผ้าไหมไทยหลากสีหลายพับตามสีสันที่เขาเจาะจงเลือก และออกเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อทำการสำรวจตลาดไหมไทยและเสาะหาผู้ซื้อที่มีรสนิยมหรูหราเลิศวิไลสำหรับสินค้าที่โดดเด่นของเขา เพื่อเป็นการประเมินศักยภาพของไหมไทยในตลาดโลก