ซอมเมอร์เซต มอห์ม

ใน ค.ศ. ๑๙๕๙ (พ.ศ. ๒๕๐๒) เมื่อซอมเมอร์เซต มอห์มเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายมาในตะวันออกไกล เขาแวะเยือนสถานที่หลายแห่งที่เขาเคยนำมาถ่ายทอดเป็นฉากสำหรับเรื่องราวและนวนิยายที่เขาเขียนไว้ในช่วงทศวรรษ ๑๙๒๐ และ ๑๙๓๐ เขามาเป็นแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เรือนไทยของจิม ทอมป์สันอันมีกิตติศัพท์ขจรขจาย ซึ่งขณะนั้นเพิ่งจะสร้างเสร็จเพียงไม่ถึงหนึ่งปี

 
     

    ในจดหมายขอบคุณสั้นๆที่เขาส่งมาให้เจ้าภาพงานเลี้ยง เขาเขียนว่า  
  "คุณไม่ได้แต่มีของสวยๆงามๆเท่านั้น แต่สิ่งที่หายากได้ยิ่งคือคุณได้จัดแต่งของสวยๆงามๆเหล่านั้นไว้ด้วยรสนิยมเลอเลิศไม่มีที่ติเลย"  
   
ข้อเขียนจากซอมเมอร์เซต มอห์ม
 
     
 

นอกจากมีใจรักและนิยมชมชอบโดยส่วนตัวแล้ว "จิม ทอมป์สันยังเห็นว่าของสะสมของเขาเป็นยิ่งกว่าใจรักโดยส่วนตัว เขาเริ่มมองเห็นว่าศิลปวัตถุเหล่านั้นเป็นวิธีหนึ่งที่จะเก็บรักษาสมบัติล้ำค่าของชาติที่เหลืออยู่ไม่มากนักไว้ไม่ให้สูญหายทำลายไปจนหมดสิ้น"

คอลเล็กชั่นงานศิลปวัตถุของจิม ทอมป์สันเน้นอยู่ที่งานศิลปกรรมของเอเชียเป็นหลักและสามารถจัดอย่างกว้างๆได้เป็น ๔ หมวดหมู่ดังนี้

 

 
 

ในช่วงที่จิม ทอมป์สันเริ่มตั้งหน้าตั้งตาสะสมศิลปวัตถุอย่างจริงจังนั้น ศิลปวัตถุของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังแทบไม่มีใครในโลกตะวันตกรู้จักกันเลย นอกจากในแวดวงแคบๆของผู้เชี่ยวชาญทางและพิพิธภัณฑ์ ในประเทศไทยเอง สมบัติเหล่านี้ตกอยู่ในครอบครองของตระกูลคหบดีชาวจีนผู้มั่งคั่งเพียงไม่กี่ตระกูลและบรรดาเจ้านายในราชวงศ์เท่านั้น

พระพุทธรูป
สมัยอยุธยา
คริสต์ศตวรรษที่ ๑๘

งานศิลปกรรมไทยชิ้นงามๆมักจะเก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหรือไม่ก็ในวัดของพระพุทธศาสนา นอกจากนั้น โบราณวัตถุส่วนใหญ่จะมีเก็บไว้เป็นสมบัติของตระกูลที่ตกทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ของเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเก็บไว้เพราะเป็นสมบัติของตระกูล เป็นมรดกตกทอด เป็นสายใยความผูกพันทางใจ มากกว่าจะเป็นเพราะความนิยมชมชอบในความงามคนไทยถือว่าพระพุทธรูปเป็นสิ่งสักการบูชา จึงไม่นิยมเช่าพระพุทธรูปเพื่อนำไปเป็นของตกแต่งบ้านเลย

 
เครื่องกระเบื้องเคลือบ
จากคอลเลกชั่น
ของจิม ทอมป์สันตั้งไว้บน
แผ่นผ้าไหมลายดอกบัวใบบัว
ชามทางด้านซ้ายมีก้านกลวง
ซึ่งสามารถใช้เป็นหลอดดูดได้
 
   
   

สมัยนั้น เมื่อไม่มีตลาดที่ต้องการซื้อหาศิลปวัตถุเลยจึงทำให้ร้านค้าในเวิ้งนครเกษม ซึ่งเป็นย่านคนจีนในกรุงเทพฯ กลายเป็นขุมทองสำหรับซื้อหาของเก่าล้ำค่าที่ยังไม่มีใคร ค้นพบและส่วนใหญ่จะไม่มีใครต้องการ อันที่จริงแล้วในช่วงที่จิม ทอมป์สันแวะไปเดินดูตามร้านค้าแถวเวิ้งนครเกษม ใครก็ตามที่ตาดีเลือกของเป็นอาจจะสามารถหาซื้อของสะสมชิ้นงามๆได้ในราคาถูกแสนถูก

ฉากไม้แกะสลัก
สมัยรัตนโกสินทร์
คริสต์ศตวรรษที่ ๑๙
เป็นภาพพระมาลัย
ขึ้นไปบนสวรรค์ชั้น
ดาวดึงส์ของพระอินทร์
และเทศนาให้ศาสนิกชน
ฟังว่าได้พบเห็น
สิ่งใดมาบ้างในนรกภูมิ

เมื่อพระตำหนักเก่าๆถูกรื้อถอนไปเพื่อสร้างอาคารสมัยใหม่ตามแบบสภาปัตยกรรมตะวันตกข้าวของ เครื่องใช้ในวังก็ถูกลำเลียงออกจำหน่ายตามร้านค้า นอกจากนั้นชาวไร่ ชาวนาในเมืองหลวงเก่าทั้งที่อยุธยาและสุโขทัยก็ขุดพบของเก่าจากสมัยโบราณมากมายหลายชิ้น

ของสะสมในครอบครองของจิม ทอมป์สันมักจะได้จากการที่เขาชอบไปเดินท่อมๆอยู่ในยามบ่ายวันอาทิตย์ตามตรอกซอกซอย แถวเวิ้งนครเกษมและระหว่างที่เขาเดินทางไปอยุธยา